Home ข้อมูลเพิ่มเติม ถาม-ตอบเกี่ยวกับโรงเรียน
คำถามและคำตอบเกี่ยวกับโรงเรียนนันทวรรณทวิภาษ PDF พิมพ์ อีเมล

คำถามและคำตอบเกี่ยวกับโรงเรียนนันทวรรณทวิภาษ

1. ถาม:โรงเรียนนันทวรรณทวิภาษเริ่มดำเนินการจัดตั้งในปีใด
ตอบ โรงเรียนนันทวรรณทวิภาษเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช 2000
   
2. ถาม:มีนักเรียนทั้งหมดกี่คน
ตอบ ตอนนี้มีนักเรียนทั้งหมดมากกว่า 350 คน
   
3. ถาม:รับนักเรียนในช่วงอายุใดบ้าง
ตอบ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ เตรียมอนุบาล อนุบาล ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
  -เตรียมอนุบาลอายุระหว่าง 1.5-3 ขวบ
  -อนุบาลอายุระหว่าง 3-6 ขวบ
  -ประถมศึกษาอายุระหว่าง 6-13 ขวบ
  -มัธยมศึกษาอายุ 13 ปีขึ้นไป
   
4. ถาม:โรงเรียนตั้งอยู่ที่ไหน
ตอบ โรงเรียนตั้งอยู่แถบชานเมืองของกรุงเทพมหานคร อยู่ที่บางพลี ใกล้สี่แยกเทพารักษ์ และมีเส้นทางคมนาคมที่สะดวกสบาย เพราะมีทางด่วนและถนนสายหลักหลายเส้นทางอยู่ใกล้ๆ มีทั้งถนนวงแหวนถนนบางนา-ตราด ถนนศรีนครินทร์ และถนนเทพารักษ์ (ใกล้กับทางออกเทพารักษ์ของถนนวงแหวน)
   
5. ถาม:มีครูผู้สอนและบุคลากรกี่คน
ตอบ ในปีการศึกษา 2553 นี้ มีครูผู้สอน 44 คน บุคลากรสนับสนุนทางการศึกษา 19 คน จาก 8 ประเทศทั่วโลก
   
6. ถาม:มีครูที่สอนตรงสาขาประจำในวิชาพิเศษหรือเปล่า
ตอบ เรามีครูผู้สอน ESL ครูชาวจีน ครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ดนตรีและนาฎศิลป์ไทยที่มีคุณวุฒิโดยตรง
   
7. ถาม:โรงเรียนใช้หลักสูตรอะไร
ตอบ โรงเรียนจัดตั้งโดยขออนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการและใช้หลักสูตรของกระทรวงฯเป็นแกนหลัก และมีการบูรณาการให้เข้ากับหลักสูตรนานาชาติด้วย หลักสูตรวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มีการปรับใช้หลักสูตรจากประเทศสหรัฐอเมริกา หลักสูตรวิชาภาษาอังกฤษใช้หลักสูตรจากประเทศอังกฤษ การนำหลักสูตรนานาชาติมาบูรณาการกับหลักสูตรของโรงเรียน โดยยึดหลักที่ว่าเป็นหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับ เหมาะกับผู้เรียนของเราและผู้เรียนของเราจะต้องได้รับประโยชน์สูงสุด
   
8. ถาม:อะไรคือหลักสูตรอิงลิชโปรแกรม
ตอบ ย้อนกลับไปในปีคริสต์ศักราช 1992 รัฐบาลไทยได้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ปกครองคนไทยที่มีความประสงค์จะให้บุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยได้ การส่งบุตรเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติในสมัยนั้นจึงเป็นที่นิยม ในขณะที่มีการเพิ่มขึ้นของโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย ก็มีสิ่งที่เป็นปัญหาทางการศึกษาเกิดขึ้น คือนักเรียนที่เรียนในโรงเรียนนานาชาติจะขาดทักษะ รวมทั้งความรู้ทางด้านภาษาและวัฒนธรรมไทย รัฐบาลจึงอนุญาตให้มีการจัดตั้งโรงเรียนอีกประเภทหนึ่งขึ้นมา เป็นโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนสองภาษาโดยใช้หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการของไทย มีภาษาอังกฤษในโครงสร้างเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งผลก็คือในปัจจุบันนี้มีหลายๆโรงเรียนในประเทศไทยที่จัดเป็นอิงลิชโปรแกรม จัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษเป็นหลัก แต่ยังคงมีการจัดการเรียนการสอนในภาษาไทยทั้งด้านภาษาและวัฒนธรรม
   
9. ถาม:ทำไมที่โรงเรียนนันทวรรณฯจึงเป็นหลักสูตรอิงลิชโปรแกรมแบบเข้มข้น
ตอบ การเรียนการสอนที่โรงเรียนของเรามีทั้งภาษาอังกฤษควบคู่ไปกับภาษาไทยและภาษาจีน อนุมัติการจัดตั้งโรงเรียนโดยกระทรวงฯ และเป็นศูนย์การสอบวัดระดับภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ความเป็น 3 ภาษา จะเป็นพื้นฐานที่ดีเยี่ยมสำหรับการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น และชีวิตการทำงานต่อจากนั้น
  เราเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเข้มข้นเนื่องจากเหตุผลสี่ประการด้วยกัน คือ
  ประการที่หนึ่ง นักเรียนของเราใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารตลอดทั้งวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี และเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนของเรา เพราะช่วยให้พวกเขาคิด พูดและเขียนเป็นภาษาอังกฤษได้ นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังได้รับคำชมเชยจากตัวแทนผู้ประเมินสถานศึกษาจากกระทรวงฯ ว่าจัดการเรียนการสอนในภาษาอังกฤษได้ดีในทุกวิชา
  ประการที่สอง นักเรียนของเราทุกคนเข้ารับและผ่านการทดสอบวัดระดับความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ด้วยคะแนนที่สูงในทุกทักษะ เพราะนักเรียนได้เรียนภาษาอังกฤษในหลักสูตรของโรงเรียนที่ผ่านการบูรณาการกับขอบข่ายของการสอบวัดระดับฯ ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้รับประกาศนียบัตร ESOL
  ประการที่สาม เพราะหลักสูตรที่โรงเรียนใช้เป็นหลักสูตรที่ผ่านการบูรณาการระหว่างของกระทรวงศึกษาธิการของไทยกับนานาชาติ (ตัวอย่าง เช่น ใช้หลักสูตรคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา เป็นต้น) ซึ่งช่วยขยายขอบเขตการเรียนรู้ของนักเรียนให้กว้างยิ่งขึ้น โดยที่ยังอยู่ในขอบข่ายของหลักสูตรไทย
  ประการที่สี่ เพราะการเรียนการสอนในวิชาภาษาอังกฤษมีการกำหนดขอบข่ายโดยเคมบริดจ์( ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษที่มีอายุยาวนาน 800 ปี) เพราะทางโรงเรียนได้จดทะเบียนเป็นศูนย์การสอบของทางมหาวิทยาลัยฯ โดยถูกต้องอย่างเป็นทางการ
  ระบบอิงลิชโปรแกรมของเราจึงมีลักษณะพิเศษที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน ในขณะที่โรงเรียนอื่นไม่มี
   
10. ถาม:คุณวุฒิของครูผู้สอนที่เป็นคนไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างไร
ตอบ ครูผู้สอนทั้งชาวไทยและต่างชาติที่จะทำการสอนในโรงเรียนระบบอิงลิชโปรแกรมต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรีเป็นอย่างต่ำ ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับวิชาที่จะทำการสอน รวมทั้งจะต้องเป็นผู้ที่ผ่านการเรียนหรือการอบรมที่เกี่ยวกับการสอนในวิชานั้นๆ
  นอกจากนั้นครูชาวต่างชาติจะต้องเป็นผู้ที่มีสำเนียงการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ชัดเจนถูกต้อง (ในกรณีของครูเจ้าของภาษา) ต้องผ่านการอบรมลักษณะและความสำคัญของความเป็นไทย ( เช่น ระบบการศึกษาของไทย หลักสูตรของไทย และวัฒนธรรมไทย เป็นต้น)
  ครูผู้สอนที่ไม่ใช่เจ้าของภาษาต้องมีคะแนนสูงในการสอบภาษาอังกฤษ (เช่น 550 คะแนนในการสอบ TOEFL 5.5 คะแนนในการสอบ IELTS )
  โรงเรียนได้ใช้มาตรฐานเหล่านี้เป็นระเบียบในการพิจารณารับครูผู้สอน ที่จะทำการสอนในระบบอิงลิชโปรแกรมแบบเข้มข้นของเรา
   
11. ถาม:หากผู้ปกครองไม่ถนัดในด้านภาษาอังกฤษ จะเป็นอุปสรรคหรือเปล่า
ตอบ ความไม่ถนัดทางด้านภาษาอังกฤษของผู้ปกครองไม่ได้เป็นปัญหาหรืออุปสรรคแต่อย่างใด แต่หากผู้ปกครองมีความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ ก็จะเป็นประโยชน์แก่ผู้เรียนในการฝึกภาษาอังกฤษอย่างต่อเนื่องทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน
   
12. ถาม:นักเรียนที่นี่สามารถย้ายไปเรียนในโรงเรียนไทย หรือโรงเรียนนานาชาติได้หรือเปล่า
ตอบ นักเรียนของเราสามารถย้ายไปเรียนโรงเรียนไทยหรือโรงเรียนนานาชาติได้ เนื่องจากการเรียนการสอนที่เป็นทั้ง 3 ภาษาของเรา และทางโรงเรียนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการให้ความร่วมมือในการเทียบโอนผลการเรียนของนักเรียน
   
13. ถาม:หนังสือเรียนที่ใช้ในโรงเรียน มีการอนุมัติใช้อย่างเป็นทางการหรือเปล่า
ตอบ หนังสือเรียนทุกวิชาที่ใช้ในการเรียนการสอนของเราผ่านการอนุมัติจากกระทรวงฯ
   
14. ถาม:วิธีการวัดผลประเมินผลการเรียนที่โรงเรียนใช้ระบบใด
ตอบ การวัดและประเมินผลใช้หลักเกณฑ์ของกระทรวงฯ แจ้งผลการเรียนเป็นภาษาอังกฤษ และภาษาไทยในกรณีที่จำเป็น
   
15. ถาม:นักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษมีการวัดและประเมินผลอย่างไร
ตอบ การวัดและประเมินผลยึดตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงศึกษาธิการของไทย และแบ่งเป็นช่วงชั้น
   
16. ถาม:โรงเรียนมีการมอบวุฒิบัตรทางด้านภาษาอังกฤษให้นักเรียนหรือเปล่า
ตอบ ทุกๆปีนักรียนของเราจะได้รับการทดสอบความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ ESOL (English for Speakers of Other Languages) โดยใช้ข้อสอบและเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ซึ่งเป็นการสอบที่ได้รับการรับรองมาตรฐานทั่วโลก ข้อสอบจากถูกตรวจและใบวุฒิบัตรจะถูกส่งมาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ นักเรียนของเราสามารถทำคะแนนได้ดีในการสอบทุกปีที่ผ่านมา
   
17. ถาม:นักเรียนจะได้รับวุฒิบัตรของไทยแบบใดจากโรงเรียน
ตอบ ตอบ นักเรียนจะได้รับใบ ปพ.5 และปพ.1 และ รบ.1-ต เป็นหลักฐานในการจบการศึกษาเหมือนกับการจบจากโรงเรียนไทยอื่นๆ
   
18. ถาม:นักเรียนที่เรียนที่นี่จะมีข้อได้เปรียบ-เสียเปรียบอย่างไรเมื่อเทียบกับนักเรียนที่เรียนในโรงเรียนไทยอื่นๆ ในการสอบเอ็นทรานซ์เพื่อเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย
ตอบ ในทางทฤษฎีแล้วโอกาสของนักเรียนของเราเมื่อเทียบกับนักเรียนในโรงเรียนอื่นมีเท่ากัน  แต่จะได้เปรียบค่อนข้างมากในการทดสอบหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาษาอังกฤษ
   
19. ถาม:เมื่อจบการศึกษาระดับชั้นสูงสุด คือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากที่นี่แล้ว นักเรียนจะสามารถไปศึกษาต่อได้ที่ไหน
ตอบ เมื่อนักเรียนของเราจบการศึกษาในชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษคือ ม.6 พวกเขาสามารถไปศึกษาต่อยังประเทศต่างๆที่ใช้ภาษาอังกฤษ หรือศึกษาต่อในหลักสูตรนานาชาติของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย หรือประเทศจีน
   
20. ถาม:วิชาพิเศษที่โรงเรียนมีอะไรบ้าง
ตอบ เรามีวิชาดนตรี (เปียโน ไวโอลิน เป็นต้น) ว่ายน้ำ เทควันโด้ กีฬาชนิดต่างๆ รำไทย และการทำอาหาร
   
21. ถาม:โรงเรียนมีกิจกรรม/โครงการ อะไรให้นักเรียนเข้าร่วมบ้าง
ตอบ ที่โรงเรียนมีการจัดกิจกรรม/โครงการต่างๆให้นักเรียนของเราได้เข้าร่วมตลอดปีการศึกษา เช่น กิจกรรมวันคริสต์มาส ตรุษจีน วันสงกรานต์ วันฮัลโลวีน ลอยกระทง เป็นต้น ซึ่งนักเรียนจะได้เรียนรู้วัฒนธรรม วิธีปฎิบัติและการแต่งกายของแต่ละเทศกาลอย่างถูกต้อง
   
22. ถาม:มีการจัดสอนพิเศษเพิ่มเติมหลังเลิกเรียนหรือเปล่า
ตอบ มีการจัดสอนเพิ่มเติมทั้งในเรื่องของการสอนการบ้าน การสอนเพิ่มเติมวิชาภาษาอังกฤษและภาษาจีน รวมทั้งกีฬาและดนตรี
   
23. ถาม:มีบริการรถรับ-ส่ง หรือไม่
ตอบ ทางโรงเรียนมีบริการรถรับ-ส่ง สามารถติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โรงเรียน
   
24. ถาม:โรงเรียนมีหอพักหรือไม่
ตอบ มีหอพัก สำหรับนักเรียนที่มีปัญหาในการเดินทาง หรือนักเรียนที่มีความประสงค์ที่จะพักในโรงเรียน โดยมีครูผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด
   
25. ถาม:มีโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนกับโรงเรียนอื่นๆในต่างประเทศหรือเปล่า
ตอบ ในอดีตที่ผ่านมาโรงเรียนมีการประสานงานในโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนกับโรงเรียนในประเทศไต้หวัน และในอนาคตอันใกล้ ทางโรงเรียนจะจัดโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนกับประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร
   
26. ถาม:นักเรียนได้เรียนภาษาอังกฤษเพียงแค่ 70 เปอร์เซ็นต์ตามหลักสูตรของโรงเรียนใช่หรือไม่ (เมื่อเปรียบเทียบกับโรงเรียนนานาชาติที่มีถึง 100 เปอร์เซ็น)
ตอบ จริงๆแล้วนักเรียนของเราได้เรียนภาษาอังกฤษมากกว่านักเรียนที่เรียนในโรงเรียนนานาชาติ เพราะที่โรงเรียนจัดการเรียนการสอนเป็น 8 คาบ/วัน (= 40 คาบ/สัปดาห์) ในขณะที่โรงเรียนนานาชาติส่วนใหญ่ นักเรียนจะได้เรียนประมาณ 32-35 คาบ/สัปดาห์ และหากจะเปรียบเทียบเวลาเรียนใน 1 ปีการศึกษา ที่นันทวรรณทวิภาษเรามีเวลาเรียนประมาณ 195/ปีการศึกษา ในขณะที่โรงเรียนนานาชาติจะมีเวลาเรียนใน1 ปีการศึกษา ประมาณ 172 วัน นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้นักเรียนของเรามีโอกาสในการเรียนภาษาอังกฤษ (ทั้งในด้านวิชาการ ภาษาศาสตร์ วัฒนธรรม สังคม)มากกว่า ดังนั้นหากจะบอกว่านักเรียนของเราได้เรียนภาษาอังกฤษเพียง 70 เปอร์เซ็นต์ คงจะไม่ตรงตามความเป็นจริงเท่าไร ด้วยเหตุผลต่างที่กล่าวมา
 

www.nantawan.ac.th